ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

การขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 01 กรกฎาคม 2569 13:15
ฮิต: 380

 

 

การขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการขยายระยะเวลาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ โดยยังคงหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเดิมที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมการปกครองกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง รวมถึงเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน และขอให้สำนักงบประมาณพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินการต่อไป

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 อนุมัติในหลักการตามที่ สมช. เสนอ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติของกรมการปกครอง จำนวนทั้งสิ้น 483,626 คนพร้อมทั้งมอบหมายให้ สมช. รายงานผลการดำเนินการภายหลังการบังคับใช้หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลฯ ดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีภายในระยะเวลา 1 ปี

          2. กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศรองรับการดำเนินการดังกล่าว จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้

              2.1 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่มานาน ลงวันที่ 2 เมษายน 2568 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

              2.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ และการสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ขยายระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ออกไปให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้มีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่ขยายนั้น

          สาระสำคัญและข้อเท็จจริง

          1. สภาความมั่นคงแห่งชาติ มีการประชุมฯ ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล พิจารณาว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 อนุมัติในหลักการตามที่ สมช. เสนอเรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดยดำเนินการขับเคลื่อนผ่านประกาศกระทรวงมหาดไทย 2 ฉบับ มีสถานะล่าสุดของกรมการปกครองแจ้งว่าได้ดำเนินการคัดกรองคุณสมบัติและพัฒนาสถานะแล้ว โดยการดำเนินงานในทางปฏิบัติยังคงประสบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ โดยมีสาเหตุหลักเนื่องจากกลุ่มเป้าหมายยังไม่มารายงานตัวเพื่อยื่นคำขอพัฒนาสถานะ

          2. สภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570โดยยังคงหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเดิมที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมการปกครองกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง รวมถึงเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็น ปัจจุบัน และขอให้สำนักงบประมาณพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินการต่อไป พร้อมทั้งเห็นชอบให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

          ประโยชน์และผลกระทบ

          1. การขยายระยะเวลาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ออกไปอีก 1 ปี โดยยังคงหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเดิม จะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความมั่นคงทางสังคม เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหลักเกณฑ์ให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ส่งผลให้บุคคลกลุ่มเป้าหมายสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

          2. การดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา พบการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายอาชญากร รวมถึงกรณีการทุจริตของเจ้าหน้าที่บางราย ซึ่งกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ สืบสวน และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องแล้ว อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านความมั่นคงตลอดจนมิให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกใช้เป็นปัจจัยดึงดูดให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมิใช่กลุ่มเป้าหมายเข้ามาแสวงหาประโยชน์หรือพยายามเข้าสู่กระบวนการโดยมิชอบ จึงเห็นควรให้ขยายระยะเวลาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวออกไปอีกเพียง 1 ปี เพื่อเร่งรัดการพิจารณาและดำเนินการให้แล้วเสร็จสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยไม่มีการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก พร้อมทั้งกำชับให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง คัดกรองคุณสมบัติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรี) 30 มิถุนายน 2569

 

g18

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100