ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
ขอความเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยไม่ถือเป็นวันลา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ ดังนี้
1. ให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระหว่างวันที่ 4 - 10 กรกฎาคม 2569 รวม 7 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงาน และได้รับเงินเดือนตามปกดิ
2.ขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 เรื่อง การให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นสตรีไปถือศีลและปฏิบัติธรรม ในส่วนของการลาปฏิบัติธรรมครั้งหนึ่งตลอดอายุราชการเป็นระยะเวลา ต่ำกว่า 1 เดือน
สาระสำคัญ
1. ยธ. โดยกรมราชทัณฑ์ได้กำหนดจัดโครงการอุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดศรีรัตนธรรมมาราม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่าง วันที่ 4 - 10 กรกฎาคม 2569 รวม 7 วัน โดยกำหนตกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ (1) ผู้บรรพชา อุปสมบท จำนวน 47 รูป และ (2) ผู้บวชชีพราหมณ์ ถือศ็ล 8 จำนวน 47 คน โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว ยธ. จะใช้จ่ายจากงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ จำนวน 624,600 บาท
2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนตามหลักพระพุทธศาสนาและได้ร่วมบำเพ็ญกุศลโดยการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยธ. เห็นสมควรส่งเสริมให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการกรมราชทัณฑ์ ที่มีความประสงค์จะบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระกุศล มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฯ โดยทั่วกัน โดยให้ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท และถือศีลปฏิบัติธรรมเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงาน และได้รับเงินเดือนตามปกติ โดย
2.1 ผู้ที่เคยลาบรรพชาอุปสมบทระหว่างรับราชการหรือปฏิบัติงานมาแล้ว สามารถลาบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระกุศลในครั้งนี้ได้อีก และจะได้รับเงินเดือนตามปกติระหว่างการลา
2.2 ผู้ที่ไม่เคยลาบรรพชาอุปสมบทระหว่างรับราชการหรือปฏิบัติงานมาก่อน และได้ลาบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระกุศลในครั้งนี้ จะได้รับเงินเดือนตามปกติในระหว่างการลา และจะไม่เสียสิทธิในการลาอุปสมบทที่ได้รับเงินเดือนระหว่างการลาในอนาคต
2.3 ข้าราชการพลเรือนสตรีมีสิทธิไปถือคีลและปฏิบัติธรรม เป็นระยะเวลาต่ำกว่า 1 เดือน โดยไม่ถือเป็นวันลา
3. โดยที่เรื่องนี้ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่บัญญัติให้วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการพลเรือนให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และมาตรา 31 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่บัญญัติให้ตั้งแต่เริ่มรับราชการ ข้าราชการผู้ไดยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือเคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนาโดยการอุปสมบทนั้นมีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไม่ให้ถือเป็นวันลาของข้าราชการ ให้ข้าราชการผู้นั้นลาอุปสมบท โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ประกอบกับเรื่องนี้เป็นการขอยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 จึงเข้าข่ายลักษณะเรื่องที่ให้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (1) ที่บัญญัติให้ การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีให้เสนอได้เฉพาะเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีหรือให้ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี และ (9) เรื่องที่ขอทบทวนหรือยกเว้นการปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรี
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรี) 30 มิถุนายน 2569
g17
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด