ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
มาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบสรุปผลการพิจารณาตามมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
กค. รายงานว่า
1. กค. (กรมธนารักษ์) ได้พิจารณามาตรการฯ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เรียบร้อยแล้ว โดยเห็นว่า ปัจจุบันกรมธนารักษ์มีมาตรการฯ ด้านกฎหมายที่ราชพัสดุในการตรวจสอบการใช้ที่ราชพัสดุของส่วนราชการและการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุรวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุแล้วโดยเป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์ สามารถเพิ่มความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้และการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ รวมทั้งมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนดิจิทัลของกรมธนารักษ์ที่ใช้ขับเคลื่อนการดำเนินการในปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการได้ ดังนี้
|
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. |
ผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ เช่น |
|
|
(1) การรายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ |
||
|
(1.1) ให้กรมธนารักษ์พิจารณาปรับปรุงระบบการรายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บำรุงรักษาและใช้ที่ราชพัสดุ รวมทั้งการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุผ่านระบบสารสนเทศ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน เพื่อให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุสามารถรายงานได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น |
แผนดิจิทัลของกรมธนารักษ์ได้กำหนดให้มีการปรับปรุงระบบการให้บริการสำหรับหน่วยงานผู้ใช้และครอบครองใช้ประโยชน์ที่ ราชพัสดุ ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในด้านการตรวจสอบข้อมูลการใช้ประโยชน์ การขอดำเนินการด้านการใช้ที่ราชพัสดุ และการรายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงาน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2570 |
|
|
(1.2) ให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความชัดเจนพร้อมกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับศักยภาพที่ราชพัสดุ โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ตามภารกิจของหน่วยงานและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ |
กรมธนารักษ์ได้กำหนดให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของหน่วยงานผู้ใช้และผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้แจ้งให้หน่วยงานทราบและดำเนินการต่อไป สำหรับการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์นั้น ได้จัดทำแผนการใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุก ที่ราชพัสดุแปลงใหญ่ร่วมกับส่วนราชการผู้ใช้ประโยชน์ (กองทัพบกและกรมชลประทาน) โดยกำหนดพื้นที่การใช้ประโยชน์ตามภารกิจของหน่วยงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบวิเคราะห์ศักยภาพของที่ราชพัสดุเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุในภาพรวม โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในปี 2571 |
|
|
(1.3) ให้กรมธนารักษ์พิจารณาแนวทางการประเมินผลการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ และรายงานไปยังหัวหน้าส่วนราชการของผู้ใช้ที่ราชพัสดุทราบด้วย รวมทั้งให้พิจารณาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุก การใช้ และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย |
กรมธนารักษ์ได้มีการตรวจสอบการปกครอง ดูแลบำรุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุของหน่วยงานผู้ใช้และผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุตามโครงการตรวจสอบการใช้/การเช่าที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา และได้กำหนดให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางการประเมินผลโดยการบูรณาการข้อมูลจากระบบบริหารจัดการขั้นข้อมูลที่ราชพัสดุ และระบบการให้บริการสำหรับหน่วยงานผู้ใช้และครอบครองใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ เพื่อนำมาตรวจสอบและสอบทานความถูกต้องร่วมกับระบบบริหารจัดการโครงการตรวจสอบการใช้/การเช่าที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ต่อไป |
|
|
(2) การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ |
||
|
(2.1) ให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุมอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ ดูแลไม่ให้มีการบุกรุกเข้าครอบครองที่ดินโดยจัดทำแผนการตรวจสอบ กำหนดมาตรการ ป้องกัน และการควบคุมดูแลอย่างชัดเจน เช่น การจัดให้มีหลักเขต ป้าย เครื่องหมายแสดงแนวเขตให้ชัดเจน การกำหนดแนวทางการเฝ้าระวังการบุกรุกแล้วรายงานให้กรมธนารักษ์ทราบด้วย (2.2) ให้กรมธนารักษ์จัดทำแนวทางหรือแผนบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน เช่น สคทช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตร. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง |
กรมธนารักษ์ได้จัดทำแผนบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ เพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลการบุกรุกที่ราชพัสดุ และเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุเรียบร้อยแล้ว โดยกรมธนารักษ์ได้จัดประชุมร่วมกับ กห. กษ. ทส. มท. ยธ. สคทช. และ ตร. เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแผนบูรณาการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยมีผลการพิจารณา เช่น กรมธนารักษ์จะนำแผนบูรณาการดังกล่าวกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์กรมธนารักษ์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และแจ้งให้หน่วยงาน ผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุต่อไป |
|
|
(2.3) ให้กรมธนารักษ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคู่มือ/แนวทางการดำเนินคดีต่อผู้บุกรุกที่ราชพัสดุ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ราชพัสดุนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันรวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้บุกรุกในพื้นที่ใหม่ด้วยความรวดเร็วและทันเหตุการณ์โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้ภาพดาวเทียมเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ |
ปัจจุบันกรมธนารักษ์ได้จัดทำและเผยแพร่คู่มือการดำเนินคดีและการบังคับคดีสำหรับเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติซึ่งรวมถึงกรณีส่วนราชการผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุขอรับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแล้ว และเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น กรมธนารักษ์จะจัดทำคู่มือการดำเนินคดีเฉพาะสำหรับหน่วยงานผู้ใช้และครอบครองใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการให้ชัดเจน พร้อมทั้งรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กห. กษ. ทส. มท. ยธ. สคทช. ตร.) แล้วนำมาปรับปรุงและดำเนินการเพื่อให้หน่วยงานผู้ใช้และครอบครองใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันภายในปี 2569 ต่อไป |
|
|
(3) การจัดสวัสดิการของหน่วยงานผู้ใช้ที่ราชพัสดุ |
||
|
(3.1) กรมธนารักษ์ควรหารือร่วมกับหน่วยงานของรัฐในคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เพื่อปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 (ระเบียบฯ) ดังนี้ (3.1.1) กำหนดให้อธิบดีกรมธนารักษ์ร่วมเป็นคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ (3.1.2) เพิ่มเติมว่า “หากส่วนราชการผู้ใช้ที่ราชพัสดุจะดำเนินการจัดสวัสดิการภายใน ส่วนราชการหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจในที่ราชพัสดุจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการระเบียบ และกฎหมายที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องด้วย” และควรมีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการภายในหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจในที่ราชพัสดุ (3.2) กำหนดคำนิยามคำว่า “กิจการขนาดใหญ่” ในประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการดังกล่าวให้ชัดเจนว่าเป็นลักษณะกิจการประเภทใด มีการยกตัวอย่างให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันหรือกำหนดจำนวนเนื้อที่หรือมีมูลค่าที่ดินเท่าใด (3.3) การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการที่เป็นกิจการ/กิจกรรมในที่ราชพัสดุที่มีลักษณะก้ำกึ่งหรือไม่ชัดเจนว่าเป็นการจัดสวัสดิการภายในหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจ ให้เสนอเรื่องต่อกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิจารณาก่อนว่าเป็นการจัดสวัสดิการลักษณะใด เมื่อพิจารณาแล้วคณะกรรมการสวัสดิการของหน่วยงานจึงจะพิจารณาอนุมัติโครงการได้ |
กรมธนารักษ์ได้มีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระเบียบฯ เพื่อดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยมีผลการพิจารณา เช่น 1) สำนักงาน ก.พ. จะนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนการเพิ่มเติมอธิบดีกรมธนารักษ์เข้าเป็นกรรมการในคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ และการเพิ่มเติมเงื่อนไข “หากส่วนราชการผู้ใช้ที่ราชพัสดุจะดำเนินการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจในที่ราชพัสดุ จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ และกฎหมายที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องด้วย” เสนอต่อคณะกรรมการสวัสดิการ ข้าราชการเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบฯ ต่อไป 2) สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการทบทวนและปรับปรุงคำว่า “กิจการขนาดใหญ่” “สวัสดิการภายใน” และ “สวัสดิการเชิงธุรกิจ” ต่อไป |
|
|
(3.4) ให้กรมธนารักษ์จัดทำคู่มือหนังสือเวียน เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ |
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมธนารักษ์ได้ดำเนินโครงการ “อบรมสัมมนาเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล ใช้ และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ส่วนราชการและ อปท. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและได้จัดทำสื่อออนไลน์สำหรับส่วนราชการผู้ใช้ที่ราชพัสดุในหัวข้อ “การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการ” ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแจ้งเวียนเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจตามระเบียบฯ ให้กับ ส่วนราชการเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป |
|
|
4. การพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์ |
||
|
(4.1) กรณีการใช้ประโยชน์หรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุกรณีที่ยังมีสภาพป่าสมบูรณ์หรือเป็นพื้นที่เขา ที่ภูเขาที่มีความลาดชัน ให้กรมธนารักษ์พิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุอย่างเข้มงวดหรือมีแนวทางอื่น ๆ เพิ่มเติมโดยพิจารณาแนวนโยบายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการสงวนคุ้มครองเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |
กรมธนารักษ์ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวและได้แจ้งเวียนให้หน่วยงานดำเนินการโดยเคร่งครัดแล้ว เช่น 1) กรณีพื้นที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ หรือเป็นพื้นที่เขา ที่ภูเขา ที่มีความลาดชัน ได้มีการผ่อนผันให้กับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตและยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตในระยะเวลาที่กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรี โดยกรมธนารักษ์ได้แจ้งเวียนให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีทุกครั้งที่ได้รับแจ้ง 2) กรณีการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ที่ลุ่มน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดส่ง ข้อมูลผังน้ำเพื่อใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ราชพัสดุที่อยู่ในระบบทางน้ำ โดย สทนช. ได้จัดทำผังน้ำและรายการประกอบผังน้ำให้ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งส่งข้อมูลดิจิทัลผังน้ำ 22 ลุ่มน้ำ ให้กรมธนารักษ์ใช้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป |
|
|
(4.2) ให้กรมธนารักษ์ประสานข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐที่มีที่ดินติดแนวเขตหรือทับซ้อนกับที่ราชพัสดุ เพื่อรับรองแนวเขตที่ดินก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจัดหาประโยชน์ รวมทั้งกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการสงวนคุ้มครองเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรให้ถูกต้องตามกฎหมายระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง |
กรมธนารักษ์จะจัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับข้อมูลแนวเขตที่ดิน รวมทั้งมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการร่วมกันต่อไป |
|
|
(5) ความโปร่งใสในการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาท |
||
|
ให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณากำหนดขอบเขตหรือหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจกรณีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกิน ห้าร้อยล้านบาท และควรเปิดเผยผลการพิจารณาหรือเหตุผลความจำเป็นกรณีให้มีการคัดเลือกเอกชน โดยไม่ใช้วิธีประมูลต่อสาธารณะ รวมทั้งเปิดเผยรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามกฎกระทรวงการจัดการหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 |
กรมธนารักษ์จะรวบรวมข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุได้เคยพิจารณาคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีการประมูล เพื่อนำมาพิจารณากำหนดขอบเขตและยกร่างหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจกรณีการคัดเลือกเอกชนดังกล่าว พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นการเปิดเผยผลการพิจารณาหรือเหตุผลความจำเป็นและรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป |
|
|
(6) การกำกับดูแลการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ |
||
|
ให้กรมธนารักษ์ดำเนินการ ดังนี้ (6.1) บูรณาการร่วมกับ อปท. เกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลที่ราชพัสดุและการตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และหากพบว่า ผู้เช่าที่ราชพัสดุดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือเงื่อนไขการอนุญาต ให้ อปท. แจ้งกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดทราบโดยเร็ว |
กรมธนารักษ์ได้ตรวจสอบและกำกับติดตามเร่งรัดให้ผู้เช่าที่ราชพัสดุดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ รวมทั้งได้กำหนดให้มีการประชุมหารือร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อหารือประเด็นการบูรณาการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลที่ราชพัสดุและการตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนมิถุนายน 2569 |
|
|
(6.2) พัฒนาการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เช่น ภาพถ่ายจากดาวเทียมหรือระบบแผนที่ออนไลน์เพื่อใช้ในการตรวจสอบและติดตามการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสกรณีการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนด |
กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์ศักยภาพบนที่ราชพัสดุ การจัดเกรดของแปลงที่ราชพัสดุ การวิเคราะห์ปัจจัยทางสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ร่วมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการจัดทำโมเดลเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในปี 2571 |
|
|
(6.3) กำหนดมาตรการในการจัดเก็บค่าเช่า ที่ราชพัสดุให้สามารถจัดเก็บได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นไปภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ กำกับดูแล และติดตามการเช่าที่ราชพัสดุ โดยให้รายงานผลการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุตามระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการเร่งรัดติดตาม ค่าเช่าที่ค้างชำระ เพื่อให้การบริหารจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ |
กรมธนารักษ์มีมาตรการและการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ เช่น 1) กำหนดเป้าหมายในภาพรวมของการจัดเก็บรายได้ โดยจะต้องมีจำนวนค่าเช่าค้างชำระลดลงร้อยละ 7 ของทุกปีงบประมาณและกำหนดตัวชี้วัดของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่และกองบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานครเพื่อเร่งรัดการจัดเก็บค่าเช่าค้างชำระในภาพรวม 2) กรมธนารักษ์มีระบบจัดหาประโยชน์และสัญญาเช่า โดยมีรายงานข้อมูลผู้เช่าค้างชำระและแจ้งเตือนค่าเช่าค้างชำระเพื่อให้เจ้าหน้าที่บริหารจัดการ กำกับดูแล ติดตามค่าเช่าค้างชำระ และรายงานสรุปผลการจัดเก็บได้ นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน TRD Smart Pay เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่า ที่ราชพัสดุทั่วประเทศในการตรวจสอบข้อมูลการเช่าและชำระค่าเช่าได้ทันที 3) มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายเพิ่มความสะดวกและลดช่องโหว่ในการทุจริตโดยเน้นการชำระ ผ่านระบบธนาคาร e-Payment และแอปพลิเคชัน TRD Smart Pay เพื่อให้ผู้เช่าสามารถชำระค่าเช่าได้ตลอดเวลา |
|
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรี) 30 มิถุนายน 2569
g13
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด