ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการขนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ : กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 01 กรกฎาคม 2569 12:34
ฮิต: 166

 

ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการขนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ : กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา

 

Gov 7

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการขนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ : กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ตามที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบต่อไป

          เรื่องเดิม

          1. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เสนอรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการจนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ : กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ของคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้พิจารณาศึกษาแล้วพบปัญหาการถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและขนส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากมีอุปสรรคในหลายด้าน เช่น กฎหมาย บุคลากร องค์กร และระบบข้อมูลแบบบูรณาการ

          2. รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ ซารัมย์) ในขณะนั้น สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงาน ก.ก.ถ.) เป็นหน่วยงานหลักรับรายงานและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 

          สาระสำคัญของเรื่อง

          ก.ก.ถ. ได้พิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยสรุปผลการพิจารณาและผลการดำเนินการในภาพรวม ดังนี้ 

 

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ

 

ผลการดำเนินการ

1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

1.1 คู่มือแนวทางการถ่ายโอน

       ก.ก.ถ. ควรจัดทำประกาศเพื่อกำหนดคู่มือแนวทางในการดำเนินการภารกิจถ่ายโอนการบริหารจัดการจราจรและการขนส่งให้แก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตร. กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมเจ้าท่า (จท.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้รับการถ่ายโอน

 

 

• ได้มีการพิจารณาเสนอ ก.ก.ถ. ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อขับเคลื่อนการถ่ายโอนภารกิจด้านจราจรและการขนส่งให้แก่ อปท. รูปแบบพิเศษ : กทม. และเมืองพัทยาโดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นอนุกรรมการ

1.2 แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค

       - ให้ ตร. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อให้ อปท. มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย

 

 

• ได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และในกรณีที่ส่วนราชการเจ้าของกฎหมายมิได้ดำเนินการแก้ไข ให้ ก.ก.ถ. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่อไป

- ให้ ขบ. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อให้ อปท. มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการสถานีขนส่งผู้โดยสาร

 

- จท. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 เพื่อให้ กทม. และเมืองพัทยา มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตให้ เดินเรือโดยสารในเขตพื้นที่

 

1.3 ปรับปรุงแผนการกระจายอำนาจ

       ให้ ก.ก.ถ. เสนอแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. (ฉบับที่ 3) โดยปรับปรุงภารกิจการถ่ายโอนการจราจรและการขนส่ง เพื่อให้ อปท. มีอำนาจในการบริหารจัดการจราจรและการขนส่ง

 

 

• ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการบริหารแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ด้านการถ่ายโอนภารกิจ พิจารณาทบทวนและปรับปรุงแผนการกระจายอำนาจ (ฉบับที่ 3) ให้มีความสมบูรณ์เพื่อให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ

2. ข้อเสนอในเชิงปฏิบัติรายด้าน

2.1 ด้านกฎหมายและอำนาจหน้าที่

       - แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4 (37) และ (38) เพื่อขยายนิยาม “เจ้าพนักงานจราจร” ให้รวมถึงข้าราชการหรือเจ้าหนักงานท้องถิ่น และ “หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร” ให้รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นของ กทม. และเมืองพัทยา

 

 

• ควรอยู่ในความรับผิดชอบของ ตร. เช่นเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุม ได้ทั้งงานจราจร งานสายตรวจ และงานป้องกันปราบปรามในขณะเดียวกัน เพื่อความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

       - ตร. ร่วมกับ กทม. และเมืองพัทยา จัดทำ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการจราจรในเขตท้องถิ่นพิเศษ พ.ศ. ... สำหรับเขตเมืองที่มีภารกิจ ซับซ้อน เช่น กทม. และเมืองพัทยาเพื่อวางระบบบทบาทหน้าที่ด้านจราจรแบบเบ็ดเสร็จ

 

• ตร. กทม. และเมืองพัทยารับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

       - จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง ตร.กทม. และเมืองพัทยา เพื่อกำหนดเขตอำนาจ บทบาทการใช้อุปกรณ์ระบบกล้องและสัญญาณไฟร่วมกัน

2.2 ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สิน

       - จัดทำระบบข้อมูลทรัพย์สินจราจรแบบบูรณาการในรูปแบบระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)

 

 

• กทม. และเมืองพัทยา รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

       - จัดทำ MOU กับหน่วยงานเจ้าของกรรมสิทธิ์ถนนเพื่อให้ อปท. สามารถใช้พื้นที่ติดตั้งระบบควบคุมจราจรได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี

 

• ทล. และ ทช. เห็นว่า ยังคงต้องมีการขออนุญาตเป็นรายกรณีเช่นเดิม เนื่องจากหน่วยงาน มีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยและควบคุมการจราจร เช่น ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบติดตามปริมาณจราจรที่เชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางอยู่เดิม การอนุญาตให้หน่วยงานภายนอกติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนและส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานหลัก ทั้งนี้ หน่วยงานมีความยินดีในการแบ่งปันข้อมูลผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใหม่

       - ปรับระบบการถ่ายโอนทรัพย์สินให้ครอบคลุมระบบกล้อง CCTV สัญญาณไฟจราจร และศูนย์ควบคุม

 

• สำนักงาน ก.ก.ถ. รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาโดย ทล. และ ทช. เห็นว่า การดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ อปท. ต้องอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เช่น ทางลอดและสะพานลอยให้แก่เมืองพัทยา รวมถึงการมอบหมายภารกิจดูแลรักษาพื้นที่บริเวณใต้สะพานให้แก่ กทม. สำหรับการส่งมอบถนนให้แก่ อปท. จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากอุปกรณ์บางส่วนเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลการจราจรในระดับประเทศ จึงไม่สามารถแยกส่วนเพื่อถ่ายโอนทรัพย์สินให้แก่ อปท. ได้

2.3 ด้านบุคลากรและสมรรถนะองค์กร โดย กทม. และเมืองพัทยา ให้มีการจัดตั้งตำแหน่งเฉพาะด้านจราจรในระดับพื้นที่ เช่น วิศวกรจราจร และเจ้าหน้าที่ควบคุม ATC/CCTV ประจำสำนักงานเขต (กทม.) และศูนย์จราจร (เมืองพัทยา) และจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลจราจรระดับเมืองเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลจราจร

 

• กทม. และเมืองพัทยา รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

2.4 ด้านการประสานงานและแผนข้อมูลร่วม

       - จัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านจราจรระดับเมือง /จังหวัด เพื่อบูรณาการแผนพัฒนาจราจรและอนุมัติงบประมาณ

 

 

• ตร. ขบ. ทช. กทม. เมืองพัทยา สำนักงานนโยบายและแผนขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงบประมาณรับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

       - พัฒนาแผนที่ความรับผิดชอบ (Responsibility Map) และฐานข้อมูลจราจรระดับเมือง (Traffic GIS) เพื่อแสดงข้อมูลโครงข่ายจราจรและระบุเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างชัดเจน

 

• ตร. ขบ. ทล. ทช. กทม. เมืองพัทยาและ สนข. รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

       - เชื่อมโยงระบบควบคุมจราจรระหว่างหน่วยงาน รวมถึงระบบกล้อง สัญญาณไฟ ข้อมูลอุบัติเหตุ ข้อมูลการฝ่าฝืน และจัดทำมาตรฐานระบบ (Traffic System Standard: TSS) เพื่อให้หน่วยงานใช้ระบบที่เชื่อมโยงกันได้ทั้งเชิงเทคนิคและกฎหมาย

3. ข้อเสนอเฉพาะสำหรับ กทม.

3.1 ยกระดับ บก. 02 เป็น “ศูนย์บัญชาการจราจรกรุงเทพมหานคร” ร่วมกับตำรวจ

 

• กทม. อยู่ระหว่างพัฒนาศูนย์ Command and Control ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงกล้อง CCTV และระบบ ATC ทั่ว กทม. ในการบริหารจัดการจราจรร่วมกับตำรวจ

• ตร. เห็นว่า ศูนย์ บก.02 ควรอยู่ในความกำกับดูแลของตำรวจต่อไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและรักษาความปลอดภัยในภารกิจสำคัญ

3.2 แต่งตั้งตำแหน่ง “วิศวกรจราจร” ในสำนักงานเขตทุกเขต

 

• กทม. รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานเขตยังไม่มีภารกิจโดยตรง

3.3 เร่งปรับระบบฐานข้อมูล CCTVATC E – Ticket ให้เชื่อมโยงแบบ Real Time กับระบบตำรวจ

 

• กทม. ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

3.4 กำหนดพื้นที่นำร่องที่ กทม. จะได้รับอำนาจจราจรแบบครบวงจร

 

• กทม. รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป

4. ข้อเสนอเฉพาะสำหรับเมืองพัทยา

4.1 จัดตั้ง “ฝ่ายจราจรและการขนส่งพิเศษ” ภายในเมืองพัทยา ทำหน้าที่วางแผน พัฒนา และควบคุมระบบจราจร โดยประสานงานกับตำรวจและ อปท. โดยรอบ

 

• เมืองพัทยาอยู่ระหว่างการจัดตั้งสำนักการจราจรซึ่งประกอบด้วยฝ่ายจราจรและการขนส่งพิเศษเพื่อรองรับภารกิจโดยเฉพาะ โดยได้อนุมัติงบประมาณ 80 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาระบบศูนย์ควบคุมสั่งการ (Command Center) และได้เริ่มทดลองเชื่อมโยงข้อมูลจราจรร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นต้นแบบ (Model) ในการปฏิบัติงาน

4.2 พัฒนาระบบกล้องจราจรให้เชื่อมโยงกับระบบกลางของตำรวจ

 

• เมืองพัทยา รับข้อเสนอแนะไปพิจารณาต่อไป

4.3 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เทศกิจและผลักดันให้มีกฎหมายรับบทบาท “ผู้ช่วยเจ้าพนักงานจราจร” ในระดับพื้นที่

 

• เมืองพัทยาอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านการฝึกอบรม และผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายรองรับให้เจ้าพนักงานเมืองพัทยาสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานจราจรได้ตามกฎหมาย

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรี) 30 มิถุนายน 2569

 

g11

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100